|
23 มิถุนายน 2026 รีวิวหลังเกม ฝรั่งเศส พบ อิรัก : เอ็มบัปเป้ร่างทองฝ่าพายุพาทัพตราไก่ลิ่วรอบน็อกเอาต์
สวัสดีครับเพื่อนๆ คอบอลชาวไทยทุกคน เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมามีใครได้อดตาหลับขับตานอนดูแมตช์หยุดโลกในกลุ่มไอคู่ระหว่าง ฝรั่งเศส พบ อิรัก กันบ้างไหมครับ บอกเลยว่าเกมนี้เป็นอะไรที่ลุ้นกันตัวโก่งไม่ใช่แค่เรื่องฟอร์มในสนามนะ แต่รวมถึงสภาพอากาศที่สุดจะใจร้ายจนต้องสั่งเบรกเกมนานถึง 2 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วความเด็ดขาดของทีมเต็งแชมป์อย่างฝรั่งเศสก็ยังเอาตัวรอดมาได้ ถล่มเอาชนะอิรักไปขาดลอย 3-0 การันตีตั๋วรอบ 32 ทีมสุดท้ายเรียบร้อย ส่วนตัวผมมองว่าเกมนี้ฝรั่งเศสแสดงให้เห็นถึงคลาสบอลที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน แม้จะโดนตัดจังหวะจากปัญหาฟ้าร้องฟ้าผ่า แต่สมาธิของนักเตะระดับโลกพวกนี้ยังคงนิ่งสนิทจริงๆ
เจาะลึกแมตช์ไฮไลท์: ดราม่าสภาพอากาศและความคมระดับพระกาฬ
เริ่มเกมมาในครึ่งแรก ทัพตราไก่ก็เปิดเกมบุกเข้าใส่ทันทีตามคาด รูปเกมบุกของฝรั่งเศสดูไหลลื่นมากและมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 14 จากความเหนือชั้นของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่เฉียบคมสมราคาคุย หลังจากนั้นอิรักพยายามตั้งรับให้เหนียวแน่นขึ้นและมีจังหวะสวนกลับให้เสียวไส้อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ผ่านมือของ ไมค์ เมนญ็อง พอจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ 1-0 แฟนบอลอย่างเราก็คิดว่าจะได้ดูครึ่งหลังต่อแบบม้วนเดียวจบ
แต่ที่ไหนได้ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อพายุฝนและฟ้าผ่ากระหน่ำลงมาใกล้สนามฟิลาเดลเฟีย สเตเดียม ทำให้กรรมการต้องสั่งระงับการแข่งขันไปนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง จังหวะนี้ผมแอบหวั่นใจแทนฝรั่งเศสเหมือนกันนะ เพราะโมเมนตัมที่กำลังมาดีๆ อาจจะชะงักไป และอาจเปิดโอกาสให้อิรักกลับมาแก้เกมได้
อย่างไรก็ตาม พอครึ่งหลังกลับมาเตะกันต่อ ความเป็นมืออาชีพของฝรั่งเศสก็ทำลายความหวังของอิรักลงอย่างรวดเร็ว ในนาทีที่ 54 เอ็มบัปเป้คนเดิมก็มาบวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ช่วยให้ทีมคลายความกดดันไปได้เยอะมาก ก่อนที่ อุสมาน เด็มเบเล่ จะมาซัดประตูปิดกล่องในนาทีที่ 66 จบเกมฝรั่งเศสเก็บ 6 แต้มเต็มลิ่วรอบน็อกเอาต์ ส่วนตัวผมมองว่าอิรักสู้ได้สมศักดิ์ศรีแล้ว แต่อาวุธหนักในแนวรุกของฝรั่งเศสมันหลากหลายและน่ากลัวเกินไปจริงๆ สำหรับแมตช์ ฝรั่งเศส พบ อิรัก ในวันนี้
ตัดเกรดให้คะแนนนักเตะฝรั่งเศส: ใครปัง ใครต้องปรับ?
มาลองดูฟอร์มการเล่นรายบุคคลกันบ้างครับ จากมุมมองของผมที่นั่งดูสดๆ ตลอดทั้งเกมบอกเลยว่ามีทั้งคนที่ฟอร์มดีจนต้องร้องว้าว และบางคนที่แอบเงียบไปหน่อย
ผู้รักษาประตูและกองหลัง
- ไมค์ เมนญ็อง (7/10) : เกมนี้งานไม่หนักมาก แต่ออกบอลด้วยเท้าได้นิ่งและชัวร์ มีจังหวะเซฟลูกยิงไกลของอิรักให้เห็นอยู่ประปราย รักษาคลีนชีตได้ตามเป้า
- ฌูลส์ กุนเด้ (6.5/10) : เกมรับถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน มีเติมเกมรุกขึ้นไปบ้าง แต่อาจจะไม่ได้เปิดบอลจังหวะอันตรายมากนักในเกมนี้
- วิลเลี่ยม ซาลิบา (7.5/10) : แข็งแกร่งมาก ทางบอลดีเยี่ยม เก็บลูกกลางอากาศได้หมด แถมยังมีจังหวะบล็อกลูกยิงสำคัญช่วงต้นเกมอีกด้วย
- ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ (6.5/10) : แม้โดยรวมจะเล่นได้แข็งแกร่ง แฟนบอลอย่างผมแอบใจหายแวบอยู่เหมือนกัน เพราะเขายังคงมีจังหวะออกบอลสั้นที่ดูเสี่ยงๆ และเกือบโดนแนวรุกอิรักฉกไปได้
- เตโอ แอร์กน็องเดซ (7/10) : ความเร็วในการเติมเกมฝั่งซ้ายยังคงน่ากลัว สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับอิรักได้ดีมาก
กองกลาง
- ออเรเลียง ชูอาเมนี่ (7.5/10) : เป็นคีย์แมนในแดนกลาง คอยสกรีนบอลก่อนถึงแผงหลังได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังช่วยเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้เนียนตา
- อาเดรียง ราบิโอต์ (7/10) : วิ่งพล่านไปทั่วสนาม ช่วยไล่บอลและประคองเกมแดนกลางได้ดี แต่อาจจะไม่ได้มีทีเด็ดในเกมรุกมากนัก
กองหน้าและตัวรุก
- อุสมาน เด็มเบเล่ (8/10) : ความจี๊ดจ๊าดขยันลากเลื้อยฝั่งขวาทำได้น่ากลัวมาก แม้บางจังหวะจะดูจูนกับเพื่อนไม่ติดไปบ้าง แต่ลูกยิงตอกฝาโลงในนาทีที่ 66 ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังคงเป็นตัวอันตราย
- ไมเคิ่ล โอลีเซ่ (7/10) : มีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลที่ดี คอยขับเคลื่อนเกมรุกตรงกลางได้อย่างมีมิติ แม้จะมีบางจังหวะที่ตัดสินใจจ่ายช้าไปนิดจนเสียโอกาส
- เดซิเร่ ดูเอ้ (6.5/10) : มีความมุ่งมั่นสูงและกล้าเล่น แต่อาจจะยังขาดประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทำให้จังหวะสุดท้ายยังดูขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (9.5/10) : แมน ออฟ เดอะ แมตช์ แบบไม่ต้องสงสัย สองประตูในเกมนี้แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณกองหน้าระดับโลก แถมตอนนี้ยังขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ดาวซัลโวตลอดกาลฟุตบอลโลกร่วมกับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ที่ 16 ประตูแล้วด้วย ฟอร์มฮอตเกินต้านจริงๆ
วิเคราะห์และคาดการณ์อนาคตหลังแมตช์ ฝรั่งเศส พบ อิรัก
ชัยชนะจากเกมนี้ทำให้สถานการณ์ในกลุ่มไอของฝรั่งเศสนั้นลอยลำเข้ารอบน็อกเอาต์อย่างเป็นทางการ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดุดันบวกกับความลึกของขุมกำลัง ทำให้ทัพตราไก่ยังคงรักษาตำแหน่งเต็งหนึ่งในการคว้าแชมป์โลกปี 2026 นี้ได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนทางด้านอิรัก แม้ว่านัดนี้จะแพ้ไปแบบสู้ไม่ได้ แต่ต้องยอมรับในสปิริตหัวจิตหัวใจของพวกเขาที่วิ่งสู้ฟัดจนนาทีสุดท้าย แม้โอกาสเข้ารอบจะริบหรี่เต็มทีแล้วก็ตาม
บทวิเคราะห์และคาดการณ์ผลการแข่งขันนัดถัดไป
สำหรับนัดต่อไปในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ฝรั่งเศส ที่ผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้วน่าจะมีการโรเตชั่นผู้เล่นสลับเอาพวกตัวสำรองและดาวรุ่งลงสนามเพื่อพักแกนหลักไว้ลุยในรอบลึกๆ ซึ่งผมมองว่าต่อให้ส่งชุดบีลงสนาม คุณภาพโดยรวมก็ยังดูเหนือกว่าคู่แข่งร่วมกลุ่มอยู่ดี บรรดานักเตะกระหายสัญชาตญาณการพังประตูน่าจะพยายามโชว์ผลงานเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงกันอย่างสนุกสนานแน่นอน
ฟันธงล่วงหน้า : นัดต่อไปของฝรั่งเศส แม้จะมีการพักตัวหลักอย่าง เอ็มบัปเป้ หรือ เด็มเบเล่ แต่ด้วยระบบทีมที่ลงตัวและการเล่นที่ไร้ความกดดัน คาดว่าฝรั่งเศสจะยังคงเป็นฝ่ายควบคุมเกมและเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก สกอร์ที่คาดน่าจะเฉือนชนะไปได้ราวๆ 2-0 เก็บ 9 คะแนนเต็มผ่านเข้ารอบแบบหล่อๆ ครับ
เข้าถึง 125
| |
|